วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

SWOT Analysis

Swot analysis คือ อะไร ท่านคิดว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อม ยกตัวอย่าง

SWOT Analysis คือ...
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT Analysis) เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ สำหรับองค์กร หรือโครงการ ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กร

S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด
ยกตัวอย่างเช่น :
- งานที่เราถนัด ทำแล้วมีความสุข
- งานที่โดดเด่น ชุมชนชื่นชอบ
- อะไรที่ชุมชนมีความต้องการให้เราทำซ้ำอีก
- ทรัพยากร และเครื่องมือที่เรามีความพร้อม

W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น
ยกตัวอย่างเช่น :
- งานที่เราไม่สบายใจที่จะทำ
- ความต้องการที่จะรับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน หรือทักษะบางอย่างที่เรายังไม่มั่นใจ
- ขาดทรัพยากรในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น
ยกตัวอย่างเช่น :
- โอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่จะทำให้เราประสพความสำเร็จ
- มีเครื่องมือใหม่ที่ได้รับการสนับสนุน
- มีช่องว่างทางการตลาดที่เรามองเห็น
- เครือข่ายมีศักยภาพทำให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้น

T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้จริง
ยกตัวอย่างเช่น :
- ใครคือคู่แข่งขันที่ทำได้ดีกว่าเรา
- ถ้าสภาพแวดล้อมเปลี่ยน จะทำให้แผนโครงการเรามีปัญหา
- ความขัดข้องที่จะเกิดจากเราเอง

กิจกรรมช้าง

กิจกรรมช้าง ท่านมีกลยุทธ์ในการทำอย่างไร จงบอกขั้นตอน พร้อมอธิบายว่าท่านจะประยุกต์ดังกล่าว กับเรื่องอะไร เพราะเหตุใด
มีหลัก วิธีการ และแนวทางในการทำกิจกรรม ดังนี้

1. การวางแผน หมายถึง การจัดวางโครงการแผนการปฏิบัติงานและวิธีการปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องทำอะไรบ้างและทำอย่างไรเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
2. การจัดการงาน หมายถึง การกำหนดโครงสร้างของงาน การแบ่งส่วนงาน การจัดสรรงานตำแหน่งต่าง ๆ และกำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน
3. การจัดตัวบุคคล หมายถึง การบริหารงานด้านบุคลากร ได้แก่ การจัดอัตรากำลัง การสรรหา การเลื่อนขั้น การพัฒนาบุคลากร เลื่อนตำแหน่ง การส่งเสริมขวัญและกำลังใจ สวัสดิการ การเสริมสร้างบรรยากาศในการทำงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นต้น
4. การอำนวยการ หมายถึง การวินิจฉัยสั่งการ ควบคุม บังคับบัญชา การควบคุมการปฏิบัติงาน และควบคุมดูแลการปฏิบัติของผู้บริหารในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน
5. การประสานงาน หมายถึง การประสานกิจการด้านต่าง ๆ ของงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีและนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
6. การติดตามงาน หมายถึง การปรับปรุงแก้ไขถ้าพบข้อบกพร่อง

ประยุกต์ กับการจัดการธุรกิจในการวางแผนกลยุทธ์ของธุรกิจการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ช่วยตรวจสอบความเป็นไปได้ ช่วยทำให้การกำหนดวัตถุประสงค์ของงานมีความชัดเจน ช่วยในการกำหนดปัญหาและอุปสรรค เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานั้นได้ตามขั้นตอน

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

50119165 น.ส.จุฑามาศ รักเสมอวงศ์
1. อ่านบทความการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร
==> ความคิดเห็นการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน
กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีแง่ดีหลายๆด้านคือ
เป็นการประหยัดในแง่ของการลดใช้กระดาษซึ่งเป็นการลดปัญหาโลกร้อนไปด้วย
พัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงขึ้นและมีการการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนและผู้สอนให้ความรู้ได้ตลอดเวลา เช่น การใช้ twitter ในการกำหนดคำถามเพื่อให้นักศึกษาเข้าไปอ่านเพื่อตอบคำถามไว้ใน blog ของนักศึกษา และผู้สอนสามารถติดตามคำตอบของผู้เรียนได้โดยสามารถตรวจสอบว่าผู้เรียนคนใดเข้ามาในระบบเวลาใดก่อนหลัง ซึ่งสามารถใช้ประเมินผลความสนใจของผู้เรียนได้
แต่ในการเรียนการสอนแบบนี้ผู้สอนและผู้เรียนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสมัครเพื่อขอใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อที่จะสามารถติดต่อสื่อสารได้และยังผู้ใช้งานทั้งผู้สอนและผู้เรียนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือในการใช้งาน คือ เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้เงินงบประมาณในการจัดหา
ดังนั้นการใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนอาจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียเพื่อให้การประยุกต์ดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรจะต้องเพิ่มทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวกับการใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2. ให้อ่านแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย (พ.ศ.2552-2556) ให้เสนอโครงการที่จะทำที่สอดคล้องกับICT
==>โครงการสารสนเทศและการสื่อสารความเร็วสูงที่มีการกระจายอย่างทั่วถึง
มีบริการที่มีคุณภาพ และราคาเป็นธรรมสามารถใช้ในการเข้าถึงความรู้ สร้างภูมิปัญญา และภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสามารถใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ภาคเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างเช่น การสื่อสารในมหาลัยนั้น ถ้ามีการสื่อสารล่าช้า ทำให้เกิดการล่าช้าของการเรียนการสอนทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน จึงมีความสนใจโครงการสารสนเทศและการสื่อสารความเร็วสูงที่มีการกระจายอย่างทั่วถึง เพื่อการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้พัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงขึ้น

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

50119165 นางสาวจุฑามาศ รักเสมอวงศ์IT ปี 3

<1.> คำถาม คือ ให้นักศึกษาวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย (จุดควรพัฒนา) ด้าน ICT ของ ม.อุบลฯ อย่างละ 10 ข้อ พร้อมเสนอข้อแนะนำด้าน ICT 10 ข้อ
ICT ย่อมาจาก Information and Communication Technology แปลว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูลและการสื่อสาร

จุดเด่น

1. ICT เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในลักษณะของการลดต้นทุนแรงงานคนในมหาลัย
ลดปริมาณเอกสารในระหว่างการดำเนินงานได้มาก
2. พัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเกิดการศึกษาในรูปแบบใหม่ กระตุ้นความสนใจแก่ผู้เรียน โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการสอน
3. ทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้นไม่ซ้ำซากจำเจผู้เรียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ด้วยระบบที่เป็นมัลติมีเดีย
4. การติดต่อเชื่อมโยงระหว่าง มนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับข้อมูล และข้อมูลกับข้อมูล
5. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และ การสร้างองค์ความรู้ภายในองค์กร ซึ่งจะทำให้องค์กรนั้นสามารถสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันได้
6. เข้าถึงข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ทำได้ตลอดเวลา
7. มีความร่วมมือระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้สอน
8. นำศักยภาพของสื่อ ICT มาช่วยเสริมกระบวนการเรียนรู้
9. ติดต่อกับแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทั้งในและนอกมหาลัย สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เชื่อมโยงมหาลัยเข้ากับชุมชน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
10. ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
จุดด้อย (จุดที่ควรพัฒนา)
1. Internet ช้า
2. มีการดัดแปลงเปลี่ยนแปลงข้อมูลขอผู้อื่นมาเป็นของตนเอง
3. ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ทุกคน เพราะเกิดการแชร์internet ทำให้ internetช้า แระไม่สามารถทำงานพร้อมกันได้ ต้องแบ่งกันทำทีละกลุ่ม
4. แหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษาไม่ได้ขีดวงจำกัดอยู่ในมหาลัยเท่านั้น
5. ผู้เรียน และผู้สอน จะต้องมีความพร้อมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ทั้งด้านอุปกรณ์ ทักษะการใช้งาน
6. ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึก ปฏิกิริยาที่แท้จริงของผู้เรียนและผู้สอน
7. คอมพิวเตอร์ไม่มีการดูแลรักษาในบาง Lab ทำให้ไม่พอต่อการใช้งาน คอมพิวเตอร์ไม่รองรับกับจำนวนนักศึกษาที่เข้าใช้งาน
8. การประเมินความสามารถของผู้เรียน การเพิ่มการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน คือผู้เรียนสามารถติดตามผลการเรียนได้ช้ามาก
9. การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาสามารถเข้าถึงได้หลายทางทำให้ข้อมูลไม่มีความปลอดภัย
10. ระบบการรองรับการเข้าใช้งานระบบมีความสามารถในการรองรับการเข้าใช้งานในเวลาเดียวกันน้อย

จุดที่ควรพัฒนา
1. อยากให้การใช้งาน internetที่เร็วขึ้น
2. ควรมีระบบป้องกันข้อมูล
3. ควรมีแหล่งข้อมูลที่ทั่วถึง
4. ผู้เรียน และผู้สอน ควรมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
5. ควรมีเว็บแคมเพื่อมีการเรียนรู้ที่น่าสนใจ
6. งาน ควรมีการดูแลรักษาตลอดเดือนละ 2 ครั้ง
7. ควรเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ให้พอกับจำนวนนักศึกษา
8. ควรมีพัฒนาการประเมินความสามารถของผู้เรียน
9. ควรมีระบบป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละคน
10. ควรมีการพัฒนาระบบรองรับการเข้าใช้งานระบบมีความสามารถในการรองรับการเข้าใช้งานในเวลาเดียวกันได้

<2.>นักศึกษา ดูข้อมูลใหม่ที่ smofit2009.blogspot.com และให้ twit ตอบคำถามต่อไปนี้ "กลยุทธ์ หรือ strategic คือ อะไร " และสร้าง blog ของตัวเอง
è Strategic คือการวางแผนเชิงกลยุทธ์เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ประกอบด้วย ขั้นตอนการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานภาพ
ขององค์กร การนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์หรือสังเคราะห์เพื่อนำไปใช้ในการจัดวางทิศทางขององค์กร จากนั้นจึงกำหนดกลยุทธ์ว่าควรจะทำอย่างไร เพื่อให้ได้ตามทิศทางที่กำหนดไว้
กลยุทธ์ (strategy) หมายถึง วิถีทางหรือข้อกำหนดที่องค์การสมควรปฏิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด ภายใต้ข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมภายนอก และขีดความสามารถขององค์การ กลยุทธ์ระบบสารสนเทศ คือ การกำหนดเป้าหมายวัตถุประสงค์ กระบวนการทำงาน ความต้องการสารสนเทศขององค์การ และการเลือกระบบสารสนเทศที่จะนำมาพัฒนา และใช้เป็นแผนแม่บทหรือแผนหลักของการพัฒนาระบบสารสนเทศขององค์การ

กลยุทธ์สัมพันธ์กับประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
แผน (plan) หมายถึง กรอบวิธีการดำเนินงานตามกลยุทธ์และวัตถุประสงค์
ประกอบด้วย แผนแม่บท (master plan) และแผนปฏิบัติการ (operation plan)
- วิสัยทัศน์ (vision) หมายถึง ทิศทางขององค์การในอนาคต เป็นการมองระยะยาว
- ภารกิจ (mission) ครอบคลุมงานที่องค์การต้องทำเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์
- วัตถุประสงค์ (objective) เป้าหมายหรือจุดที่ต้องการไปให้ถึงโดยกลยุทธ์

การวางแผนกลยุทธ์ต้องตอบคำถาม 3 ประการ
1. ทำ อย่างไรองค์กรจึงจะสามารถตอบสนองวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์
2. ทำอย่างไรทุกคนในองค์กรจึงจะทำงานไปในทิศทางเดียวกันตามกลยุทธ์ที่วางไว้
3. จะวัดหรือติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามกลยุทธ์ได้อย่างไร
5 ขั้นตอนสำคัญในการวางแผนเชิงกลยุทธ์
1. วิเคราะห์สภาพแวดล้อมโดยพิจารณาจุดแข็ง จุดอ่อนโอกาส และอุปสรรค ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
2. จัดวางทิศทางขององค์กร โดยกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและวัตถุประสงค์ขององค์กรอย่างชัดเจน
3. กำหนดกลยุทธ์ โดยพิจารณาจากความเหมาะสมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จากการวิเคราะห์ทางเลือกด้วยเทคนิคต่าง ๆ
4. ปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ โดยดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ คำนึงถึงโครงสร้างขององค์กร และวัฒนธรรมขององค์กร เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จและเกิดความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ
5. ควบคุมเชิงกลยุทธ์ โดยติดตามผลการปฏิบัติงานประเมินผลกระบวนการและประเมินผลสำเร็จขององค์กร

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552


1.โกหกเป็นประจำ การโกหกเป็นประจำทำให้สมองต้องทำงานหนักกว่าปกติ

2.คิดในทางไม่ถูกต้อง การใช้สมองคิดในทางที่ไม่ถูกต้อง เป็นอีกวิธีหนึ่งของการทำลายประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้อย่างแน่ชัด เช่น การคิดหาช่องทางกอบโกยผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ เช่น การคอร์รัปชัน การแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อน โดยวิธีการที่แยบยล

3.หมกมุ่นอบายมุข การคิดหมกมุ่นอยู่กับอบายมุข เช่น การพนัน คลั่งหวย ฯลฯ ทำให้สมองต้องทำงานหนักทั้งเวลาตื่นและหลับ

4.(เจ้า) คิด (เจ้า) แค้น คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นประจำจะมีสภาพเป็นคนหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ไม่เป็นมงคล สมองจะถูกทำลายเสมือนหนึ่งถูกอาบด้วยยาพิษเป็นประจำ

5.เครียด ฟุ้งซ่าน ความ เครียด ความฟุ้งซ่าน ทำให้สมองต้องทำงานหนักอย่างผิดทาง ทำให้สมองหลั่งสารหรือขาดสารบางอย่างที่หล่อเลี้ยงและกระตุ้นให้สมองได้ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดอาการซึมเศร้าหรือฟุ้งซ่านอย่างหนัก

6.ไม่ยอมคิด ตรง กันข้ามกับคนที่คิดมากอย่างผิดทาง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงอย่างหนัก ก็คือคนที่ไม่ยอมคิดอะไรเป็นพิเศษขึ้นมาเลย นอกเหนือไปจากการคิดเพื่อชีวิตอยู่ไปวันๆ
ใครที่ยังไม่อยากทำลายสมองตัวเอง พยายามหลีกเลี่ยงคู่มือนี้นะคะ

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552


เวลา “งอน” … คุณมีอาการ แบบนี้หรือเปล่า? “โรคงอน” เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง ติดต่ออย่างรวดเร็ว ขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ ยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษา
ผู้ป่วยมีอาการ “หน้างอ” บางรายที่อาการหนัก . . . จะมีอาการหน้าดำ แทรกซ้อนด้วย หูแข็งฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม (. . .จริงอ่ะ) ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น ผู้ป่วยที่อาการหนัก . . . อาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น . . . ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน ถ้างอนน้อย ๆ ให้รีบง้อ วิธีการรักษา . . . ผู้พบเห็นทั่วไป ควรเอาใจใส่ ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้
สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอน และเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ . . . เปราะบางแตกหักง่ายเอาใจใส่เป็นพิเศษ
หลังได้รับการรักษา . . . ผู้ป่วยที่หายแล้ว ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ หากและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ . . . อาการงอนจะกำเริบ
หมายเหตุ . . . พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก . . . จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า “น่าเบื่อ”

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552



1.ไม่ควรแต่งกายเมืองหนาว
2.เตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วย
3.เครื่องดื่ม Sponsor จะช่วยได้ในยามเสียเหงื่อ
4.ควรเลือกที่นั่งอยู่เหนือลมป้องกันขี้เถ้าเข้าตา
5. อย่านั่งใกล้ชั้นวางเครื่องดื่มเพราะจะทำให้คุณอาจจะเปลี่ยนจากผู้บริโภคเป็นผู้บริการทันที
6.ไม่ควรนั่งหันหน้าเข้าข้างฝา
7.เพราะการหันหลังคีบหมูกะทะยากมาก
8.ดูฮวงจุ้ยดีๆ คีบถนัด เอื้อมแขนถึง
9.ไม่ควรสั่งเนื้อมากินเพราะเป็นสัตว์ใหญ่
10.ไม่ควรสั่งละมั่งมากินเพราะเป็นสัตว์สงวน
11.แยกหม้อถ้าไม่กินเนื้อ
12.แยกหม้อถ้าไม่กินผัก
13.แยกกันถ้ามันเรื่องมากนัก
14.เตรียมดอกไม้ไปจากบ้านเพราะจะมีเด็กมาขายและทำให้สียเงิน
15. อย่าเอาดอกกุหลาบที่ซื้อมากำละ20ไปจีบสาวโต๊ะข้างๆเพราะเป็นการลงทุนต่ำทั้งเงินและสติปัญญา
16.อย่าจีบเด็กเสิร์ฟขณะยกหม้อมา
17.ไม่ควรเปิดเพลง เจ้าตาก ของคาราบาวระหว่างการกินหมูกะทะเพลงเร็วย่างไม่ทันกิน
18.คีบเนื้อให้มั่นคง
19.เพราะในหม้อหมูกะทะเหมืองสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เนื้อจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
20. หากเนื้อคุณหายให้เอาตะเกียบไปใกล้ๆตะเกียบของเพื่อนร่วมหม้อและคีบเอาเนื้อของมันมา
21.แล้วท่านจะได้เนื้อของท่านคืนมา
22.ไม่ควรกินเหล้าระหว่างการกินหมูกะทะเพราะจะทำให้เมา
23.ถ้าเมาแล้วไม่ควรพยายามขับรถกลับบ้าน
24.หรือขับหมูกะทะกลับบ้าน หรือขับรถกลับหมูกะทะ
25.ถ้าไม่อยากหัวเหม็น เลือกร้านที่โอเพ่นแอร์เท่านั้น
26.ชวนหญิงดูพระจันทร์ในหม้อหมูกะทะจะโรแมนติกมาก
27.นักมวยควรถอดฟันยางก่อนกิน
28.หยุดทำทุกอย่างขณะยกเตามา
29.ไม่จำเป็นต้องกินให้หมดถ้าอิ่ม เพราะไม่ใช่โออิชิ ไม่มีปรับของเหลือ
30.ไม่ต้องปั้นหน้าอร่อยเหมือนพิธีกรรายการ อร่อยบ่ายครายเครียด
31.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะทั่วไปกับหมูกะทะแซบฮัท
32.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะแซบฮัท กับ เดอะหมูกะทะแซบคัมปะนี
33.หลอกเพื่อนไม่กินเนื้อว่านี่คือหมู
34.หลอกเพื่อนไม่กินหมูว่านี่คือผักบุ้ง
35.หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในหม้อหมูกะทะจะมีกลิ่นอ่อนๆเทอราปีช่วยครายเครียด 26.คนผมยาวรวบผมให้ดี ผมสยายลงในจานเนื้อเหม็นมาก
37.โกนหนวดก่อนจะดี เศษจิ้มจุ่มติดหนวดดูเซ็กซี่เกินไป
38.ไปกินหลายๆคน
39.แล้วแย่งกันกิน
40.ร้านที่กินต้องบุฟเฟ่เท่านั้น
41.ร้านแถวรามก็ดีไปเลย 4
2.แต่อย่าไปเลยถ้าไปกินน้อยกว่า 4คน เพราะจะไม่หนุก
43.เอ่อ...ล้างมือก่อนกิน
44.อ่า...กินเสร็จแล้วล้างมือ
45.อืม...เอ่อ...ยังไงดี
46.อ้อ...การให้ทิป ทำให้พนักงานเสิร์ฟมีกำลังใจสู้ชีวิต
47.อ่า...จะถึง
49ไหมวะเนี่ย
48.แบบว่า...หมูกะทะ หมูกะทะ หมูกะทะถูกเผา มันจะถูกตะเกียบจ๊ากก!! มันจะถูกตะเกียบเจี๊ยก!! คีบหมูซ้าย คีบหมูขวา ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ <_<>

;;