วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553
1. คำถามที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีนโยบายนำ E-book มาใช้ในการเรียนการสอน ท่านคิดว่าจะตอบคำถามต่อไปนี้ได้หรือไม่อย่างไร
(1.1) มหาวิทยาลัยควรจะมีกลยุทธ์และวิธีการอย่างไรในการที่จะให้นักศึกษาและอาจารย์ได้รับทราบข้อดีและข้อเสียของการใช้ E-book ในการเรียนการสอน
1.1.1 เปิดโครงการการอบรมนักศึกษาและอาจารย์ เกี่ยวกับ E-book
1.1.2 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและอาจารย์ผู้สอนได้ใช้งาน E-bookในการเรียนการสอน
1.1.3 นำระบบE-book มาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน
1.1.4 .ให้ผู้เรียนผู้สอนทดลองใช้ E-book
(1.2) ถ้าหากว่าท่านได้รับการเลือกเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ E-book ท่านคิดว่าจะได้อย่างไรถึงจะสามารถทำให้มียอดขายจำนวนมากที่สุด
1.2.1 สร้างจุดเด่นให้กับ E-book เช่น หยุดภาวะโลกร้อน ลดการใช้การกระดาษ การประหยัดกระดาษในการเรียนการสอน และไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า
1.2.2 ให้ผู้ใช้ทดลองใช้งาน E-book และบอกข้อดีของe-book คือ E book ไม่เปลืองกระดาษ อ่านที่ไหน เมื่อไหร่ ได้ตลอดเวลา เนื่องจากพกไปได้ตลอดและได้จำนวนมาก เก็บรักษาได้ง่าย ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บ ประหยัดค่าเก็บรักษา
1.2.3 จัดฝึกอบรมฟรีเกี่ยวกับ E-book
2. คำถาม ถ้าหากเราจะใช้ ICT ใน การส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษจะมีวิธีการกลยุทธ์ โครงการอย่างไร และท่านคิดอย่างไรว่ากลยุทธ์ โครงการดังกล่าวที่ท่านเสนอจะเหมาะสมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทั้งนี้ ให้ระบบขั้นตอนวิธีการที่จะได้มาซึ่งกลยุทธ์และโครงการที่ท่านนำเสนอ
2.1 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงส่งเสริมการนำไปใช้ให้แก่นักศึกษาและอาจารย์ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ
2.2 พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พร้อมทั้งสามารถ
ประยุกต์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ในการสอนและการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 ส่งเสริมการใช้สื่อการเรียนการสอนICT
2.4 ใช้ ICT สร้างบรรยากาศการเรียนรู้และ เพิ่มโอกาสในการใช้ภาษาอังกฤษ
2.5 พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบสื่อสารทางICT
2.6 ตรวจสอบการใช้งานICT ในการเรียนภาษาอังกฤษ
วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553
1.>อธิบายโปรแกรมสุริยัน จันทรา คือ อะไร
โปรแกรม "สุริยัน" และ "จันทรา" ที่รวบรวมโปรแกรมยอดนิยม และจำเป็นสำหรับการทำงาน สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี และผู้ใช้ทั่วไป สุดยอดรวมโปรแกรม ฟรี จาก thaiopensource.org Chantra 2.0 รวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจาก sipa
suriya คือ linux ตระกูลนึง จุดประสงค์เพื่อทำในเรื่องของ security เช่นทำ firewall คือ เป็น os ตัวหนึ่ง Suriyan สามารถจัดทำเพิ่มเติมและบรรจุลงใน repository ได้ สำหรับ repository ที่เปิดให้บริการสำหรับนักพัฒนา ได้แก่ Subversion ที่ให้บริการบนเว็บสำหรับนักพัฒนา และ APT repository ที่ใช้เป็นคลังซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์โดยใช้ APT หรือ Synaptic ได้ สำหรับ package ที่มีให้บริการตอนนี้ เป็น package สำหรับ Suriyan Desktop สำหรับ Suriyan Enterpri
chantra คือ software opensource ใช้งานฟรี สามารถนำมาใช้งานทดแทนกับ software ที่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ได้ เช่น
dia = visio
gimp = photoshop
filezilla = พวกโปรแกรม ftp ทั้งหลาย
clamav = antivirus
2.>SIPA ทำโปรแกรม Animation ชื่อว่าอะไร
SIPA มีแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทุกสาขา รวมทั้ง Enterprise Software โดยเน้นส่งเสริมเรื่องคุณภาพทั้งในระดับบุคคล และองค์กรให้เทียบเท่ากับระดับสากล เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ส่วนเรื่องอื่นๆซึ่งไม่ได้เน้นที่การได้รับรองมาตรฐาน ก็มี Embedded นั้น SIPA ก็มีการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวตาม แนวทาง ETSS (Embedded Technology Skill Standard) โดยมีการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว ETSS Institute (Thailand) ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ส่วน Multimedia & Animation นั้น SIPA ก็มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมในภาคอุตสาหกรรม Digital Content เพื่อพัฒนาบุคลากรสาย Digital Art ให้ได้จำนวนเพียงพอต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมตามยุทธศาสตร์ของ SIPA และของประเทศ ในขณะนี้ SIPA ส่งเสริมให้กรุงเทพ และเชียงใหม่ เป็นศูนย์นวัตกรรมและวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สาขานี้ ที่จะผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์ และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูงให้คนไทยสามารถผลิตผลงานสร้างสรรค์ได้
3.>ให้หาเว็บไซต์เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษ
http://www.speakenglish.co.uk/?lang=th
http://www.krutomtam.com/
http://www.bkkonline.com/everyday/
http://www.yindii.com/
http://www.bbc.co.uk/thai/learningenglish/
http://www.eng4nurses.com/
<50119165> งานที่ 5 กลยุทธ์ร้านโชว์ห่วย และ องค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิสัยทัศน์
0 ความคิดเห็น เขียนโดย i เอ๋อ ที่ 00:34สิ่งที่เป็นกลยุทธ์ของผู้ประกอบ ประเด็น ที่ผู้เขียนชี้ให้เห็น คือว่า ถ้าหากร้านดังกล่าวไม่มีการปรับตัวเองให้เข้าสภาวการณ์ในปัจจุบันที่เน้นการ บูรณาการ การใช้พื้นที่ร่วมกัน การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รับรองได้เลยว่า จะเป็นเหมือนกับที่ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับใกล้อวสานร้านโชว์ห่วย ซึ่งการปรับปรุงดำเนินการดังกล่าวร้ายก๋วยเตี๋ยวก็ได้รับประโยชน์จากการใช้ พื้นที่ร่วมกันด้วย เพราะสามารถได้ลูกค้าเพิ่มเติมจากที่เข้าซื้อสินค้า และลูกค้าที่กินก๋วยเตี๋ยวก็สามารถสนใจที่จะซื้อสินค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้น หลักของผู้ประกอบการ คือ จะต้องปรับตัวเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงโดยเน้นการบูรณาการในทุกๆ ด้าน ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมีกลยุทธ์ที่ดีในการจัดการ ดังต่อไปนี้
จุดแข็ง
• ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อลูกค้า
• รู้ความต้องการของลูกค้า
• ลูกค้าซื้อสินค้าเงินเชื่อได้
• ลูกค้าสามารถต่อรองราคาได้
• ทำเลที่ตั้งที่อยู่ในชุมชน
• ความหลากหลายของสินค้า
จุดอ่อน
• ระบบการบริหารงาน
• ระบบการจัดการ
• ความสามารถในการแข่งขัน
• มาตรฐานของการบริการ
• ปริมาณซื้อน้อย ต้นทุนสูง
• แหล่งเงินทุน
• แหล่งสินค้า
• ข้อมูลข่าวสาร/ความรู้/เทคโนโลยี
โอกาส
• นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ
อุปสรรค
• แหล่งเงินทุน
• แหล่งสินค้า
• ข้อมูลข่าวสาร/ความรู้/เทคโนโลยี
ปัญหา สำคัญของธุรกิจค้าปลีกปัจจุบัน ประกอบด้วย ปัญหาการแข่งขันไม่เป็นธรรม การขยายตัวกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่หลากหลายรูปแบบต่อเนื่อง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ประกอบการร้านโชห่วย ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและเล็ก และกิจการที่เกี่ยวข้อง ทั้งยี่ปั๊วและซาปั๊ว ที่ยังไม่มีการปรับตัว
ประการสำคัญที่ไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย การเสริมศักยภาพธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและเล็ก ที่ล้วนเป็นของคนไทย ให้เข้มแข็ง ท่ามกลางกระแสการตลาดที่อาจจะเกิดการฮั้วกันได้ระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ เพียงไม่กี่ราย จึงสมควรที่จะได้รับการแก้ไขโดยด่วน
จากการร่วมมือของทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ส่วนมาตรการและกฎหมายจัดระเบียบค้าปลีก หรือภาคเอกชน ส่วนให้ความสำคัญปรับปรุงตนเองของเถ้าแก่ร้านค้าโชห่วย
แต่ควรเป็นไปบน พื้นฐานการเสริมสร้างศักยภาพ มิใช่จำกัดบทบาทการค้า กล่าวคือผู้ประกอบการทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าโชห่วย หรือธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ยังคงต้องให้ความสำคัญ หรือไม่หยุดยั้ง ที่จะปรับปรุงศักยภาพ และมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เพื่อกำหนดทิศทางการแข่งขัน
ตราบ ใดที่ธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็นตลาดแข่งขันเสรี และมีความเป็นธรรมทางการค้า สังคม อันประกอบด้วย ผู้บริโภค ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง และผู้ผลิต ย่อมได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากภาวะแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด ไม่เอื้ออำนวย การปรับปรุงกฎหมาย ตลอดจนกฎระเบียบ ซึ่งเป็นเสมือนกฎกติกาการค้า จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ธุรกิจค้าปลีกเมืองไทยเติบโต และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย Nootuy ที่ 6:39 หลังเที่ยง 0 ความคิดเห็น
Klowledge is knowing a fact.Wisdom is knowing what to do with that fact.So,please explain how to differ anong Klowledge, Wisdom and Vision.
องค์ความรู้ ( Knowledge)
ความ รู้ คือความเข้าใจในเรื่องบางเรื่อง หรือสิ่งบางสิ่ง ซึ่งอาจจะรวมไปถึงความสามารถในการนำสิ่งนั้นไปใช้เพื่อเป้าหมายบางประการ ความสามารถในการรู้บางอย่างนี้เป็นสิ่งสนใจหลักของวิชาปรัชญา (ที่หลายครั้งก็เป็นเรื่องที่มีการโต้เถียงอย่างมาก) และมีสาขาที่ศึกษาด้านนี้โดยเฉพาะเรียกว่าญาณวิทยา (epistemology) ความรู้ในทางปฏิบัติมักเป็นสิ่งที่ทราบกันในกลุ่มคน และในความหมายนี้เองที่ความรู้นั้นถูกปรับเปลี่ยนและจัดการในหลาย ๆ แบบ
ความ รู้คือ สิ่งที่มนุษย์สร้าง ผลิต ความคิด ความเชื่อ ความจริง ความหมาย โดยใช้ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ตรรกะ แสดงผ่านภาษา เครื่องหมาย และสื่อต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เป็นไปตามผู้สร้าง ผู้ผลิตจะให้ความหมาย
ความรู้มีโครงสร้างอยู่ 2 ระดับ คือ โครงสร้างส่วนบนของความรู้ ได้แก่ Idea ปรัชญา หลักการ อุดมการณ์ โครงสร้างส่วนล่างของความรู้ ได้แก่ ภาคปฏิบัติการของความรู้ ได้แก่องค์ความรู้ที่แสดงในรูปของ ข้อเขียน สัญญะ การแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ศิลปะ การเดินขบวนทางการเมือง โครงสร้างส่วนล่างของความรู้ มีโครงสร้างระดับลึกคือ ความหมาย (significant)
ความรู้และอำนาจ เป็นสิ่งเดียวกัน เพราะถูกผลิต และ เคลือบไว้ภายใต้รูปแบบ 2 รูปแบบ คือ 1. รูปแบบที่แสดงออกถึงความรุนแรง ได้แก่ ความรู้ทางด้านการปราบปราม การทหาร การควบคุมนักโทษ อาชญวิทยา การสงคราม จิตเวชศาสตร์ 2. รูปแบบที่แสดงออกถึงความไม่รุนแรง แต่แฝงไว้ด้วยความรุนแรง ได้แก่ ความรู้ทางด้านสื่อสารมวลชน การโฆษณา การตลาด ทฤษฎีบริหารธุรกิจ ทฤษฎีทางการเมือง ความรู้ทางการศึกษา การพัฒนาและทุกสิ่ง ที่ใช้การครอบงำความคิด ผ่านปฏิบัติการทางการสร้างความรู้เพื่อ กีดกัน/เบียดขับ/ควบคุม มนุษย์
ภูมิปัญญา (Wisdom)
ภูมิปัญญา เป็นสิ่งที่มนุษย์ได้เรียนรู้ สั่งสม และทดลองใช้ จนเกิดเป็นแบบแผนที่มีคุณค่าในการดำเนินชีวิต โดยมีการถ่ายทอดกันสืบต่อมา ภูมิปัญญานั้นรวมความไปถึงทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรความรู้ ซึ่งมนุษย์ได้สร้างสรรค์ไว้เพื่อเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติ ทางสังคม ภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนแก้ปัญหาได้ และสร้างสรรค์อารยธรรมได้อย่างมีดุลยภาพกับสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญานั้นไม่ได้เกิดมาอย่างเป็นเอกเทศ แต่มีการแลกเปลี่ยนเลือกเฟ้น และปรับใช้ ภูมิปัญญาจากต่างกลุ่มอารยธรรมตลอดมา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญา ท้องถิ่นมีมากมายหลายแขนง แต่มักจะถูกมองว่าล้าหลัง คนบางกลุ่มจึงไม่ค่อยให้ความนิยมและสืบสานกันมากนัก ส่วนใหญ่แล้วภูมิปัญญาท้องถิ่นมักสืบทอดบอกกล่าวกันเป็นการภายใน เช่น สูตรทำอาหาร หรือตำรับตำราต่าง ๆ ทำให้ไม่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป อาจจำแนกภูมิปัญญาท้องถิ่นออกเป็น 10 ลักษณะได้ดังนี้
1. ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับความเชื่อและศาสนา
2. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับประเพณีและพิธีกรรม
3. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับศิลปะพื้นบ้าน
4. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับอาหารและผักพื้นบ้าน
5. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการละเล่น
6. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม
7. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับเพลงพื้นบ้าน
8. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับสมุนไพรและตำรายาพื้นบ้าน
9. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการประดิษฐกรรม
10. ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตตามสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
วิสัยทัศน์ (Vision)
วิสัย ทัศน์ หมายถึง การมองภาพอนาคตของผู้นำและสมาชิกในองค์กร และกำหนดจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับภารกิจ ค่านิยม และความเชื่อเข้าด้วยกัน แล้วมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการจุดหมายปลายทางที่ต้องการ จุดหมายปลายทางดังกล่าวต้องชัดเจน ท้าทาย มีพลังและมีความเป็นไปได้
ความสำคัญของวิสัยทัศน์
1. ช่วยกำหนดทิศทางที่จะดำเนินชีวิตหรือกิจกรรมองค์กร โดยมีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน
2. ช่วยให้สมาชิกทุกคนรู้ว่า แต่ละคนมีความสำคัญต่อการมุ่งไปสู่จุดหมายปลายทาง และรู้ว่าจะทำอะไร (What) ทำไมต้องทำ (Why) ทำอย่างไร (How) และทำเมื่อใด (When)
3. ช่วยกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีความรู้สึกน่าสนใจ มีความผูกพัน มุ่งมั่นปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ ท้าท้าย เกิดความหมายในชีวิตการทำงาน มีการทำงานและมีชีวิตอยู่อย่างมีเป้าหมายด้วยความภูมิใจ และทุ่มเทเพื่อคุณภาพของผลงานที่ปฏิบัติ
4. ช่วยกำหนดมาตรฐานของชีวิต องค์กร และสังคมที่แสดงถึงการมีชีวิตที่มีคุณภาพ องค์กรที่มีคุณภาพ และสังคมที่เจริญก้าวหน้ามีความเป็นเลิศในทุกด้าน
ลักษณะของวิสัยทัศน์ที่ดี
1. มีมุมมองแห่งอนาคต (Future perspective) สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และค่านิยมขององค์กร รวมทั้งวัตถุประสงค์และภารกิจขององค์กรนั้น ๆ
2. ริเริ่มโดยผู้นำและสมาชิกมีส่วนร่วมคิดและให้การสนับสนุน (Share and Supported) มีความน่าเชื่อถือ ทุกคนเต็มใจที่จะปฏิบัติตาม การมีส่วนร่วมของสมาชิกจะก่อให้เกิดความผูกพัน (Commitment) ร่วมกัน และทุกคนพร้อมที่จะให้การสนับสนุน
3. มีสาระครบถ้วนและชัดเจน (Comprehensive & Clear) สะท้อนให้เห็นถึงจุดหมายปลายทางและทิศทางที่จะก้าวไปในอนาคตที่ทุกคนเข้าใจ ง่าย สามารถทำให้สำเร็จได้ตรงตามเป้าหมาย สาระต่างๆ จะช่วยกระตุ้น ท้าทายความสามารถและความรู้สึกนึกคิดของบุคลากรที่จะปฏิบัติงาน
4. ให้ความฝันและพลังดลใจ (Positive & Inspiring) ท้าท้าย ทะเยอทะยาน สามารถปลุกเร้า และสร้างความคาดหวังที่เป็นสิ่งพึงปรารถนาที่มองเห็นได้ นั่นคือ มีเส้นทางที่ท้าท้ายความสามารถ
5. มีแผนปฏิบัติที่แสดงให้เห็นวิธีการที่มุ่งสู่จุดหมายชัดเจน และเมื่อปฏิบัติตามแล้วจะให้ผลคุ้มค่า ในอนาคต ทั้งในด้านบุคคลและองค์กร ทั้งนี้ จะต้องมีความสอดคล้องกับจุดหมายปลายทางที่กำหนดเป็น วิสัยทัศน์
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Red Ocean, Red Ocean ,White Ocean strategy
Red Ocean(กลยุทธ์ทะเลสีแดง) การแข่งขันธุรกิจที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ล้วนแต่ถูกจัดให้เป็น Red Ocean ทั้งสิ้น เนื่องจากบริษัทในอุตสาหกรรมแต่ละรายก็จะมุ่งเน้นจะเอาชนะคู่แข่งอื่นๆ เพื่อที่จะแย่งชิงลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด และทำให้ได้กำไรมากที่สุด และแนวทางที่สำคัญที่จะเอาชนะคู่แข่งให้ได้ก็คือ จะต้องดูว่าคู่แข่งของเราทำอะไรบ้าง สินค้าและบริการของคู่แข่งเป็นอย่างไร เมื่อคู่แข่งออกสินค้าหรือบริการอะไรใหม่ออกมา เราก็จะต้องทำตามและออกมาบ้าง เพื่อไม่ให้น้อยหน้าคู่แข่ง และเมื่อวงจรนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมก็จะมีลักษณะที่เหมือนกัน หาความแตกต่างได้ลำบาก และนำไปสู่การแข่งขันทางด้านราคาเป็นหลัก ซึ่งก็จะไม่ทำให้ใครได้ประโยชน์หรือเกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน คู่แข่งทุกเจ้าในอุตสาหกรรมก็จะเกิดการบาดเจ็บเป็นแผล และเลือดไหลซิบๆ ซึ่งก็คือชื่อที่มาของ Red Ocean นั่นเอง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไป
ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ ที่แข่งขันกันสูงมากในปัจจุบัน ทั้งผู้จำหน่าย และผู้ให้บริการเครือข่าย หรือรถยนต์ เป็นต้น
Blue Ocean (กลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงิน) หลักการของ Blue Ocean นั้นจะไม่มุ่งเน้นที่จะตอบสนองต่ออุปสงค์ที่มีอยู่ แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรืออุปสงค์ขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม เป็นการสร้างความต้องการของลูกค้า และอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา ก่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าทั้งต่อองค์กรเองและลูกค้า โดยลูกค้าก็จะได้รับคุณค่าที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง ในขณะที่องค์กรก็จะลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น และนำไปสู่การเติบโตขององค์กร
ตัวอย่างที่เห็นในบ้านเรา ก็อย่าง โออิชิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการส่งอาหารญี่ปุ่นตามบ้าน หรือที่เรียกว่า Delivery หรือสายการบินต้นทุนต่ำ (ตอนนี้กลายเป็น Red ไปแล้ว) หรือในอนาคตอาจจะเป็นพาหนะที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน
เครื่องสำอาง Body Shop ได้ใช้กลยุทธ์ Blue Ocean ในการขายเครื่องสำอางค์ของตนเอง นั่นคือแทนที่จะมุ่งเน้นทำเหมือนคู่แข่งขันรายเดิมๆ ที่อยู่ในธุรกิจเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นการเน้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม หรือการสร้างภาพลักษณ์ของเทคโนโลยีชั้นสูง หรือการใช้ดาราหรือนางแบบชื่อดังมาโฆษณา หรือการตั้งราคาที่สูง สิ่งที่ Body Shop นำเสนอคือคุณค่าที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดเครื่องสำอาง แต่จะเน้นการใช้ส่วนผสมตามธรรมชาติ และการดำรงชีวิตแบบมีสุขภาพที่สมบูรณ์ และพยายามนำเสนอคุณค่าใหม่ๆ ให้ลูกค้า เป็นการสร้าง Blue Ocean ขึ้นมา แทนที่จะมุ่งเน้นแต่ Red Ocean แบบเดิมๆ
White Ocean(กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว) กลยุทธ์ใหม่ที่กำลังมาแทนที่ บลู โอเชียน (Blue Ocean) เพราะหัวใจของกลยุทธ์ "สีขาว" คือการสร้างตลาดให้เติบโตอย่าง "ยั่งยืน" การจับเอาเรื่องนามธรรม อาทิเช่น คุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ศาสนา เอามาใช้เป็นตัวนำในการบริหารธุรกิจมากขึ้น อาทิเช่น การตอบแทนสังคม โอกาสและความอุดมสมบูรณ์ หากองค์กรร่ำรวยขึ้นมา ก็เป็นผลมาจาก “สังคม” การมีอยู่ขององค์กรจึงไม่ใช่เพื่อตัวองค์กรเอง ไม่ใช่อยู่เพื่อทำกำไรสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือกอบโกยผลประโยชน์ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ต้องเป็นไปเพื่อสร้างผลกำไร สร้างความมั่งคั่งสูงสุดให้กับส่วนรวม
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Swot analysis คือ อะไร ท่านคิดว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อม ยกตัวอย่าง
SWOT Analysis คือ...
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT Analysis) เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ สำหรับองค์กร หรือโครงการ ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กร
S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด
ยกตัวอย่างเช่น :
- งานที่เราถนัด ทำแล้วมีความสุข
- งานที่โดดเด่น ชุมชนชื่นชอบ
- อะไรที่ชุมชนมีความต้องการให้เราทำซ้ำอีก
- ทรัพยากร และเครื่องมือที่เรามีความพร้อม
W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น
ยกตัวอย่างเช่น :
- งานที่เราไม่สบายใจที่จะทำ
- ความต้องการที่จะรับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน หรือทักษะบางอย่างที่เรายังไม่มั่นใจ
- ขาดทรัพยากรในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น
ยกตัวอย่างเช่น :
- โอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่จะทำให้เราประสพความสำเร็จ
- มีเครื่องมือใหม่ที่ได้รับการสนับสนุน
- มีช่องว่างทางการตลาดที่เรามองเห็น
- เครือข่ายมีศักยภาพทำให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้น
T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้จริง
ยกตัวอย่างเช่น :
- ใครคือคู่แข่งขันที่ทำได้ดีกว่าเรา
- ถ้าสภาพแวดล้อมเปลี่ยน จะทำให้แผนโครงการเรามีปัญหา
- ความขัดข้องที่จะเกิดจากเราเอง
กิจกรรมช้าง ท่านมีกลยุทธ์ในการทำอย่างไร จงบอกขั้นตอน พร้อมอธิบายว่าท่านจะประยุกต์ดังกล่าว กับเรื่องอะไร เพราะเหตุใด
มีหลัก วิธีการ และแนวทางในการทำกิจกรรม ดังนี้
1. การวางแผน หมายถึง การจัดวางโครงการแผนการปฏิบัติงานและวิธีการปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องทำอะไรบ้างและทำอย่างไรเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
2. การจัดการงาน หมายถึง การกำหนดโครงสร้างของงาน การแบ่งส่วนงาน การจัดสรรงานตำแหน่งต่าง ๆ และกำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน
3. การจัดตัวบุคคล หมายถึง การบริหารงานด้านบุคลากร ได้แก่ การจัดอัตรากำลัง การสรรหา การเลื่อนขั้น การพัฒนาบุคลากร เลื่อนตำแหน่ง การส่งเสริมขวัญและกำลังใจ สวัสดิการ การเสริมสร้างบรรยากาศในการทำงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นต้น
4. การอำนวยการ หมายถึง การวินิจฉัยสั่งการ ควบคุม บังคับบัญชา การควบคุมการปฏิบัติงาน และควบคุมดูแลการปฏิบัติของผู้บริหารในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน
5. การประสานงาน หมายถึง การประสานกิจการด้านต่าง ๆ ของงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีและนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
6. การติดตามงาน หมายถึง การปรับปรุงแก้ไขถ้าพบข้อบกพร่อง
ประยุกต์ กับการจัดการธุรกิจในการวางแผนกลยุทธ์ของธุรกิจการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ช่วยตรวจสอบความเป็นไปได้ ช่วยทำให้การกำหนดวัตถุประสงค์ของงานมีความชัดเจน ช่วยในการกำหนดปัญหาและอุปสรรค เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานั้นได้ตามขั้นตอน
วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
50119165 น.ส.จุฑามาศ รักเสมอวงศ์
1. อ่านบทความการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร
==> ความคิดเห็นการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน
กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีแง่ดีหลายๆด้านคือ
เป็นการประหยัดในแง่ของการลดใช้กระดาษซึ่งเป็นการลดปัญหาโลกร้อนไปด้วย
พัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงขึ้นและมีการการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนและผู้สอนให้ความรู้ได้ตลอดเวลา เช่น การใช้ twitter ในการกำหนดคำถามเพื่อให้นักศึกษาเข้าไปอ่านเพื่อตอบคำถามไว้ใน blog ของนักศึกษา และผู้สอนสามารถติดตามคำตอบของผู้เรียนได้โดยสามารถตรวจสอบว่าผู้เรียนคนใดเข้ามาในระบบเวลาใดก่อนหลัง ซึ่งสามารถใช้ประเมินผลความสนใจของผู้เรียนได้
แต่ในการเรียนการสอนแบบนี้ผู้สอนและผู้เรียนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสมัครเพื่อขอใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อที่จะสามารถติดต่อสื่อสารได้และยังผู้ใช้งานทั้งผู้สอนและผู้เรียนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือในการใช้งาน คือ เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้เงินงบประมาณในการจัดหา
ดังนั้นการใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนอาจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียเพื่อให้การประยุกต์ดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรจะต้องเพิ่มทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวกับการใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
2. ให้อ่านแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย (พ.ศ.2552-2556) ให้เสนอโครงการที่จะทำที่สอดคล้องกับICT
==>โครงการสารสนเทศและการสื่อสารความเร็วสูงที่มีการกระจายอย่างทั่วถึง
มีบริการที่มีคุณภาพ และราคาเป็นธรรมสามารถใช้ในการเข้าถึงความรู้ สร้างภูมิปัญญา และภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสามารถใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ภาคเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างเช่น การสื่อสารในมหาลัยนั้น ถ้ามีการสื่อสารล่าช้า ทำให้เกิดการล่าช้าของการเรียนการสอนทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน จึงมีความสนใจโครงการสารสนเทศและการสื่อสารความเร็วสูงที่มีการกระจายอย่างทั่วถึง เพื่อการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้พัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงขึ้น




